วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ย่ำเยอรมันในซัมเมอร์ ตอนที่ 1 : บินตรงทำไมให้เปลืองเงิน

      หลังจากตะลอนทัวร์เที่ยวเมืองไทยจนฉ่ำใจนาน 3 เดือน ก็ได้ถึงเวลาต้องอำลากลับไปเยอรมันอีกครั้ง หลังจากได้รับอนุมัติวีซ่าเสร็จสรรพเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือซื้อตั๋วเครื่องบิน โดยเป้าหมายปลายทางคืออัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์  แล้วเดินทางต่อไปบ้านที่เมือง Uplengen ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมันนี  เนื่องด้วยมีเวลามากขึ้นแต่เงินตราน้อยลง พร้อมกับสายเลือดคนชอบหาสีสัน ใส่ชีวิต จึงเลือกใช้สายการบินราคาถูกแบบต้องต่อเครื่อง เมื่อมีโปรโมชั่นของอียิปต์แอร์จึงตัดสินใจบินไปกับอียิปต์แอร์ทันที  เพื่อหวังที่จะได้แวะดูบรรยากาศการ Landing ลงสนามบินไคโร สนนราคาตั๋วไป – กลับ ช่วงนี้อยู่ที่ 25000 บาท ซึ่งเพื่อนฝูงต่างชื่นชมว่าเป็นคนช่างกล้า เพราะเมื่อต้นเดือน มกราคม ที่ผ่านมาพึ่งมีการประท้วงปิดสนามบิน และมีผู้โดยสารต้องตกค้างอยู่ในสนามบินเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้สถานการณ์ตะวันออกกลางก็ช่างขมุกขมัวชอบกล แต่จะทำอย่างไรได้กับคำแนะนำของเพื่อนฝูงเพราะเงินตราเรามีแค่นี้ จึงได้แต่หวังว่าถ้ามีการประท้วงเกิดขึ้นจะได้เป็นดาราดังมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ออกทีวี และอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงตั๋วเพราะค่าธรรมเนียมของตั๋วเครื่องบินราคาถูก ย่อมมีเงื่อนไขมากกว่าตั๋วปกติ โดยค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงวัน เวลา หรือ ชื่อผู้เดินทางคิดเป็นเงิน 35 ยูโร และ ถ้าเป็นการยกเลิกตั๋วไม่ต้องพูดกันเลย ได้ข้อมูลมาว่า Refund ได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ  
           เวลาเครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิของสายการบินอียิปต์แอร์ ก็เหมือนอีกสองสายการบินที่เคยใช้บริการ คือไชน่าแอร์ไลน์ และ อีว่าแอร์ไลน์ ซึ่งบินตรงไปอัมสเตอร์ดัม เวลาเครื่องออกก็ประมาณ ตีสอง ของทุกวัน ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเวลานี้ แต่คิดว่าน่าจะเหมือนรถทัวร์ที่เดินทางไปทางเหนื่อ เชียงใหม่ เชียงราย แต่ละบริษัทก็จะออกเวลาประมาณทุ่มหนึ่งหรือสองทุ่ม สงสัยขับตามๆ กันไปจะได้อุ่นใจเวลามีสลัดอากาศมาปล้น หรือ อาจจะเป็นผลประโยชน์ของบริษัททัวร์ที่จะทำให้ผู้โดยสารไปถึงประมาณเก้าโมงเช้า จะได้เดินทางเที่ยวต่อเลยไม่เสียเวลา แถมโฆษณาได้ว่า  7 วัน 9 คืน ก็เพราะนับคืนที่นอนในเครื่องบินไปด้วย ( ฮ่า ฮ่า)  เมื่อได้เวลาขึ้นเครื่องสิ่งแรกที่รู้สึกประทับใจคือสภาพบนเครื่องบิน ทุกอย่างเกินค่าคาดหวัง ที่นั่งใหญ่ สะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นโรตีอย่างที่คิด ทุกที่นั่งมีทีวี และ ที่สำคัญการเดินทางครั้งนี้โชคดีอีกแล้วไม่มีคนมานั่งข้างๆ ดังนั้น 3 ที่นั่งนั้นจึงกลายเป็นที่นอนที่แสนวิเศษของเรา เรื่องอาหารรสชาติดีถูกปากคนไทยอย่างเรา แถมด้วยเครื่องอภินันทนาการเรื่องแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่ปิดตา และ ถุงเท้า ซึ่งถือว่าเป็นน้ำจิตน้ำใจที่ดีด้วยสนนราคาที่ไม่แพงอย่างนี้   เครื่องบินจากกรุงเทพถึงสนามบินไคโร เวลา 6:30 น (Egypt Time) ไม่มีการ Delay ขณะที่เครื่องบิน Landing มองออกไปที่หน้าต่างเครื่องบิน เห็นบ้านเรือนเป็นสีส้มของทราย ทุกอย่างแห้งแล้งไม่มีวี่แววสีเขียวของใบไม้เลย สนามบินไคโรเป็นสนามบินเล็กๆ ไม่มีที่ให้เดินช้อปปิ้งมาก และตอนที่ไปถึงเป็นเวลาเช้าตรู่ร้านค้าต่างๆ ยังไม่เปิดบรรยากาศจึงเงียบเหงา เมื่อตรวจสอบเวลาจากจอมอนิเตอร์ของสนามบินแล้ว เห็นว่ามีเวลาอีกตั้ง 3 ชั่วโมง จึงมานั่งใช้บริการอินเตอร์เนตไร้สายของสายการบิน (ซึ่งก็ขอชื่นชมความใจปล้ำของสนามบินที่ให้มี Free Wifi ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ให้ยุ่งยาก) เสียหน่อย โชคดีเจอเพื่อนสาวคนไทย 2 คนกำลังเดินทางครั้งแรกไปเยอรมัน และแม่ชีคาทอลิก 1 ท่านกำลังเดินทางไปทำวิจัยที่เบลเยี่ยม จึงมีเพื่อนคุยแลกเปลี่ยนประสพการณ์ เวลาจึงผ่านไปแบบไม่เหงาหงอย เมื่อผ่านด่านตรวจที่เข้มงวดที่ประตูทางออกไปขึ้นเครื่อง คราวนี้ต้องนั่งรถรับ-ส่งไปที่ลานบินเหมือนเวลาเรานั่งเครื่องบินภายในประเทศบ้านเรา แต่ชอบบรรยากาศตอนยืนในรถรับ-ส่ง คนขับเปิดเพลงพวกอาหรับ และรถขับไปช้าๆ ในลานบิน ซึ่งมองออกไปทางไหนก็มีแต่สีส้มของทราย และ คอนกรีต บรรยากาศเหมือนอยู่ในสารคดียังไงไม่รู้ ถึงแม้ว่าเครื่องบินลำเล็กแต่ก็ไม่มีปัญหาการเดินทางอย่างไร แถมที่สำคัญมีอาหารให้เรากินอีกเพิ่มอีกหนึ่งมื้อ นับว่าให้มากกว่าสายการบินตรง ซึ่งเสียเงินมากกว่าถึงประมาณ 5-6 พันบาท  ดังนั้นจึงขอให้คะแนนเต็มสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีเวลามากมายอย่างเราแค่นั่งรอ 3 ชั่วโมง ไม่ต้องเสียเงิน 5-6 พันบาท หรือ คำว่าไม่ต้องเสียก็คือ ได้เงินมา 5-6 พันบาท การเดินทางครั้งนี้ได้ถึงจุดหมายปลายทางคือสนามบิน Schiphol อัมสเตอร์ดัมโดยสวัสดิภาพ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น